รีวิวหนังสือ : IKARUS มนุษย์นกประดิษฐ์ ของ เอส .เอ็ม ซากีร์
มนุษย์นกประดิษฐ์ : การเมืองมาเลเซีย เขาวงกตฝ่ายซ้ายขวา อำนาจลี้ลับและปีกสู่อิสรภาพของคนหนุ่มสาว
โดย วาริส วารินทร์กวี
หากเราจะพูดถึงนิยายอิงการเมืองร่วมสมัยสักเล่ม ในบริบทของประเทศเพื่อนบ้าน แน่นอนหนึ่งในลิสต์ลำดับต้น ๆ นั้นต้องมีชื่อ IKARUS หรือในชื่อเเปลไทยมนุษย์นกประดิษฐ์ ของนักเขียนรางวัลซีไรต์ (S.E.A. Write) คือรางวัลวรรณกรรมสร้างสรรค์ยอดเยี่ยมแห่งอาเซียนชาวมาเลเซียอย่าง S.M. Zakir
นวนิยายเรื่องนี้เปิดเรื่องโดยใช้ฉากเมืองหลวงอย่างกัวลาลัมเปอร์ เป็นภาพสะท้อนวิถีชีวิตบรรยากาศผู้คนที่อาศัยอยู่ในสังคมเมือง โดยมีตัวละครหลักอย่างอิสกันดาร์ หนุ่มพนักงานบริษัทโฆษณา ที่พาเราไปเห็นความวุ่นวายของการประท้วงของคนหนุ่มสาวที่เรียกร้องสิทธิเสรีภาพจากหลายมิติ ช่วงแรกเรื่องดำเนินดำเนินไปโดยการเล่าเรื่องของการเมืองแบบปูพื้นที่เชื่อมโยงกับบริษัทโฆษณาว่ามีกระบวนการธุรกิจคอรัปชั่นกัน ตั้งแต่วิธีการประมูลเพื่อให้ได้มาซึ่งโครงการต่างๆที่นำมาซึ่งเม็ดเงินของบริษัท ซึ่งในตัวนวนิยายมีความโดดเด่นด้านการฉายภาพความร่วมสมัยของความเป็นเมืองในประเทศมาเลเซียที่เปลี่ยนไปจากนวนิยายในยุคก่อนที่พยายามใช้ ความแร้นแค้นของคนในชนบท แต่ในมนุษย์นกประดิษฐ์ กลับสร้างให้ผู้อ่านได้เห็นความจริงในยุคปัจจุบันของประเทศที่ขับเคลื่อนด้วยเสียงของคนรุ่นใหม่
จากนั้นนวนิยายก็พาเราไปรู้จักกับ นูร์ อิบติซัม หญิงสาวผู้เป็นลูก เจ้าของประธานบริษัท ผู้ที่มีความคิดก้าวหน้าและซื่อตรงในความถูกต้อง ผู้เขียนได้พาเราไปศึกษาตัวละครที่เป็นผู้หญิงมีความทันสมัยในประเทศมุสลิมได้อย่างครอบคลุมบริบทของความเป็นจริง แต่ถึงเวลานั้นนูร์ อิบติซัม ก็หนีไม่พ้นสภาพแวดล้อมที่เน่าเฟะของคนที่ขาดศีลธรรมทั้งที่เป็นคนในบริษัทรวมไปถึงเพื่อนมิตรมิตรที่เคยมีการต่อสู้ทางอุดมการอยากเห็นสังคมที่ดีขึ้น แต่วันนึงเมื่ออำนาจและเงินตราได้เคาะประตูมาเยือนเพื่อนมิตรเหล่านั้นก็แปลสภาพเปลี่ยนไป รวมไปถึงตำแหน่งของเธอ ที่แปรเปลี่ยนสูงขึ้นมีอำนาจการตัดสินใจมากขึ้นความคลุมเครือระหว่างความถูกต้องและความคดโกงก็ผสมผสานกันอย่างแยบยล อยากให้ผู้อ่านนำมาเป็นเคสศึกษาของมิติอย่างนูร์ อิบติซัม ว่าหากเป็นเราการตัดสินใจจะต่างออกไปหรือเปล่า
เส้นเรื่องในนวนิยายเป็นส่วนหนึ่งที่โดดเด่นและลงตัว คือการแบ่งเส้นเรื่องออกเป็นสองเส้น การเมืองความวุ่นวายคอรัปชั่นในกัวลาลัมเปอร์รวมไปถึงเศรษฐกิจของประเทศมาเลเซีย เช่นเรื่องที่สองคือความเป็นชนบทการกลับไปสู่รากเหง้าของอิสกันดาร์ ซึ่งพาสนี้ ทำให้รู้สึกว่า S.M.Zakir ยังคงความเป็นตัวตนของคนจากชายขอบ โดยในเรื่องเรื่องจะเป็นการกลับไปสู่บ้านเกิดของอิสกันดาร์ กลับไปเยี่ยมคุณยายในหมู่บ้านสุไหงปาห์ เป็นที่ที่มีตำนานลี้ลับความเชื่อ จากโบราณที่ยึดโยงของคนในหมู่บ้าน ในส่วนนี้อาจเปิดเผยสัญญาในเรื่องของความเป็นคนในชนบทที่มีความซื่อตรงและเชื่อมั่นในความศรัทธาดั้งเดิม โดยไม่ละทิ้งจิตวิญญาณของเอเชียอาคเนย์ข้ามสมุทรมลายู ก่อนที่ศาสนาอิสลามจะเข้ามามีบทบาท สิ่งมีชีวิตที่มีปีกในหมู่บ้านประเด็นนี้จะเชื่อมโยงกับอิสกันดาร์ ที่มีอาการคันบริเวณไหล่เหมือนมีอะไรบางอย่างจะงอกออกมาบริเวณหลัง ของเขาตั้งแต่ช่วงต้นของเรื่องมีการสอดแทรกในประเด็นนี้ แทบตลอดทั้งเรื่อง ปีกในมนุษย์นพนพประดิษฐ์แฝงสัญญะมากมายตั้งแต่เรื่องความเชื่อโบราณ มนุษย์สปีชี่อื่นๆที่ผสมปนเปในโลกใบนี้ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน หรือผู้เขียนอาจสร้างสัญญาใหม่เปรียบเทียบอีกกับความเป็นอิสรภาพของคนหนุ่มสาวที่อยู่ในวงล้อมของภายใต้ปลายขวาทางการเมืองผู้ที่ไม่เลือกข้างใดข้างหนึ่ง ซึ่งเชื่อมโยงกับผู้เขียนที่เคยให้สัมภาษณ์เรื่องการเมืองของระบบเก่าและระบบใหม่ในมาเลเซีย โดยที่เขาเป็นกลางทางการเมือง ไม่เอนเอียงไปฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ซึ่งนี่เป็นจุดแข็งอีกด้านหนึ่งคือนิยายเรื่องนี้สามารถวิพากษ์วิจารณ์กลุ่มการเมืองเก่าและกลุ่มการเมืองใหม่ในประเทศอย่างตรงไปตรงมา
ความเป็นคอลัมนิสต์สายข่าวส่งต่อสู่งานวรรณกรรม อย่างที่ทราบกันว่าผู้เขียน S.M. Zakir ตัวเรื่องและรายละเอียดไทม์ไลน์ของการเมืองมาเลเซียเห็นภาพชัดทั้งประวัติศาสตร์การเปลี่ยนแปลงของการเมืองการคอรัปชั่นนักการเมืองระดับประเทศที่ผู้เขียนกล้านำชื่อจริงมาใส่ไว้ในนิยาย แต่จุดแข็งในส่วนนี้ของผู้เขียนก็เป็นจุดอ่อนของนวนิยายเรื่องมนุษย์นกประดิษฐ์ด้วยเช่นกันโดยประเด็นนี้คือเรื่องของการใส่รายละเอียดของเนื้อความข่าวมีใช้ภาษาในระดับของงานวิชาการมากจนเกินไปจนบางครั้งมองว่าเป็นการบดบังคุณค่าทางวรรณศิลป์ ในภาษาที่ควรมีมากกว่านี้หลายหลายช่วงผู้เขียนพยายามเน้นเนื้อหาเรื่องราวทางการเมืองโดยอาจลืมคำนึงถึงจินตนาการของวรรณกรรมที่เสน่ห์ขาดหายไปซึ่งอาจจะใส่ไว้ในส่วนของเส้นเรื่องชนบทในหมู่บ้านสุไหงปาห์ไปแล้วก็เป็นได้ แต่ก็น่าเสียดายที่อำนาจลี้ลับความเชื่อมนุษย์มีปีกหมู่บ้านในชนบทยังถูกเล่าไม่มากพอ เท่าที่มันควรจะมีบทบาทมากกว่านี้
สุดท้ายแล้วนวนิยายเรื่องมนุษย์นกประดิษฐ์เปรียบเสมือนบางเสี้ยวส่วนของประวัติศาสตร์การเมืองร่วมสมัยในประเทศมาเลเซียที่ยังติดอยู่ในวังวนของกิเลสความโลภของมนุษย์ ซึ่งอาจจะมีเพียงเสี้ยวส่วนบางครั้งคนหนุ่มสาวได้ออกมาจุดไฟเพื่อขับไล่ความมืดเหล่านั้นให้พ้นจากประเทศเท่านั้น แต่สุดท้ายแล้วเมื่ออุดมการดุลแย่งแย่งชิงดวงไฟที่สว่างสว่างโดยอำนาจ ตำแหน่ง หน้าที่การงาน รวมไปถึงเงินตราวันเวลาเปลี่ยนไป ไม่ว่าจะฝ่ายซ้ายหรือฝ่ายขวา ล้วนแต่ยินดีกลายร่างเป็นมนุษย์หมาป่าเพื่อที่จะไล่กัดกินชิ้นส่วนจากการคอรัปชั่นทุจริตตั้งแต่ฐานล่างจนไปถึงยอดพีระมิด
ในตอนท้ายสุดตัวเอกอย่างอิสกันดาร์ ต้องการหลุดพ้นจากความวุ่นวายในเขาวงกตของกิจวัตร ตัวเองเผยสัญญาที่ปีกได้ค่อยค่อยงอกออกมาจนสมบูรณ์นำไปซึ่งการโบยบินสู่อิสรภาพในตอนจบ แต่ปีของเขาจะเป็นปีกที่คงกระพันหรือเป็นปีกแค่ความชั่วคราวของอิสรภาพท่ามกลางประเทศที่เน่าเฟะ เต็มไปด้วยเสียงเห่าหอนของฝูงหมาป่าผู้กระหายซากชิ้นเนื้อและชิ้นส่วนของประเทศที่โดนเหยียบยืน.






วาริส วารินทร์กวี เป็นนามปากกาของข้าราชการครู ที่ชื่นชอบอ่านและเขียนวรรณกรรม เข้าร่วมกิจกรรมวรรณกรรมสม่ำเสมอ พร้อมกับใช้เวลาส่วนหนึ่งเขียนเรื่องสั้น บทกวี เผยแพร่ตามนิตยสารต่างๆ
พ.ศ. 2568 มีผลงานรวมเรื่องสั้น คนเรียกเหยี่ยว และต้นปีหน้าอาจจะมีผลงานใหม่อีกเล่ม


